วันพฤหัสบดี, พฤษภาคม 19, 2022
หน้าแรกทั่วไปหญิงไทยประสบ“สุญญากาศ”สัญชาติบินกลับจากไต้หวัน "อาจารย์ มธ."จี้หน่วยงานรัฐเร่งช่วยเหลือ-เยียวยา

หญิงไทยประสบ“สุญญากาศ”สัญชาติบินกลับจากไต้หวัน “อาจารย์ มธ.”จี้หน่วยงานรัฐเร่งช่วยเหลือ-เยียวยา

หญิงไทยประสบ“สุญญากาศ”สัญชาติบินกลับจากไต้หวัน

หญิงไทยประสบ “สุญญากาศ”สัญชาติบินกลับจากไต้หวัน อาจารย์ มธ.จี้หน่วยงานรัฐเร่งช่วยเหลือ-เยียวยา เชื่อ 90 วันได้คืนสัญชาติไทย รมว.พม.ประสานขอข้อมูล

วันที่ 8 เมษายน 2565 ความคืบหน้ากรณีที่มีคนไทยกำลังประสบความยากลำบากเพราะตกอยู่ในสุญญากาศของรัฐ จากคนไทยกลายเป็นคนไร้สัญชาติในขณะอยู่ต่างประเทศ และอีกหลายคนแม้จะยังมีสัญชาติไทยแต่ก็ไม่ได้รับคุ้มครองอย่างที่ควรจะเป็น ล่าสุดได้รับการเปิดเผยจากบงกช นภาอัมพร นักศึกษาปริญญาเอก คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเมลเบิร์นซึ่งกำลังศึกษาประเด็นคนไทยไร้สัญชาติในต่างประเทศ ซึ่งติดตามกรณีดังกล่าวได้ระบุว่าในช่วงเย็นวันเดียวกันนี้สุดารัตน์ ไชยฝาง หญิงชาวมูเซอแดง วัย 45 ปี จากอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ถูกจับแต่งงานกับหนุ่มชาวไต้หวันที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน โดยได้ยื่นขอสละสัญชาติไทยเพื่อจะขอสัญชาติไต้หวันตามสามี และรัฐไทยออกประกาศกระทรวงมหาดไทยให้สละสัญชาติไทยได้ แต่ยังไม่ทันที่สุดารัตน์จะได้สัญชาติก็ต้องทะเลาะกับสามีและถูกสามีฟ้องหย่าจึงไม่มีสัญชาติทั้งไทยหรือไต้หวันและต้องอยู่อย่างยากลำบาก โดยสุดารัตน์จะเดินทางกลับมาถึงประเทศไทย

โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

บงกชกล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องง่านสำหรับสุดารัตน์ที่เดินทางกลับถิ่นฐานบ้านเกิดเพราะจากประเทศไทยเป็นเวลานานถึง 27 ปี และครั้งนี้ไม่ได้กลับไปอยู่ในชุมชนมูเซอแดงที่คุ้นเคยเพราะไม่มีใครรอเธอกลับโดยต้องไปอยู่กับพี่ชายคนเดียวที่เหลืออยู่ในจังหวัดชลบุรี

ด้าน รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุทนทร อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่าหน่วยงานรัฐสามารถช่วยเหลือและเยียวยาสุดารัตน์ได้ และเป็นหน้าที่ทั้งตามกฎหมายไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งอาจสรุปหน้าที่ของส่วนราชการของรัฐไทยออกเป็น 3 ช่วงเวลา กล่าวคือ 1 ในช่วงที่ยังอาศัยอยู่ในต่างประเทศ 2ในช่วงที่กลับมาถึงประเทศไทย และยังไม่ถือสัญชาติไทย และ 3 ในช่วงที่ถือสัญชาติไทยแล้ว

โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

อาจารย์คณะนิติศาสตร์ฯกล่าวว่า ในช่วงแรกที่สุดารัตน์ยังอาศัยอยู่ในไต้หวัน และประสบปัญหาความไร้สัญชาติในไต้หวัน ก็เป็นช่วงเวลาที่เป็นหน้าที่ของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับส่วนราชการของจีนไต้หวัน เมื่อปรากฏว่า สุดารัตน์ไม่มีคุณสมบัติที่จะถือสัญชาติไต้หวันเพราะถูกสามีฟ้องหย่าก็จะต้องไปต่อวีซ่า เพื่อให้มีสถานะของคนต่างด้าวที่เข้าเมืองไต้หวันถูกกฎหมาย แต่เมื่อไม่ได้ทำ จึงทำให้ตกเป็นคนผิดกฎหมายไต้หวัน ทางแก้ไขคือ ต้องไปทำในสิ่งที่ไม่ได้ทำ ซึ่ง “อพม.เพื่อคนไทยในไต้หวัน”ได้พาไปจัดการจนมีสถานะบุคคลที่ชอบด้วยกฎหมายคนเข้าเมืองไต้หวันเท่าที่เป็นได้ และอาจเดินทางออกจากไต้หวันในช่องทางปกติทางสนามบินแห่งชาติไต้หวัน

รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์กล่าวว่า สิ่งที่สุดารัตน์ ไม่ได้ทำในวันที่ทางกระทรวงมหาดไทยไต้หวันปฏิเสธที่จะรับรองสถานะคนสัญชาติไต้หวันคือ การแจ้งปัญหาความไร้สัญชาติแก่กระทรวงมหาดไทยของรัฐไทย ผ่านสถานกงสุลไทยในไต้หวัน ซึ่งตอนนี้ ก็กลับมาทำในสิ่งที่ยังไม่ทำแล้ว กระบวนการกลับมาถือสัญชาติไทยโดยการเกิด เพราะเธอเกิดในประเทศไทย ก็จะต้องเกิดขึ้นโดยไม่ชักช้า เพราะเป็นหน้าที่ของรัฐไทย การแจ้งปัญหาความไร้สัญชาติของคุณสุดารัตน์ก็ทำแล้วโดยหลายฝ่าย โดยเฉพาะทางสถานกงสุลไทยในไต้หวันคงมีรายงานในรายละเอียดไปยังกรมการกงสุลและกรมการปกครองแล้ว

โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

“สุดารัตน์เป็นเพียง “หนังตัวอย่าง” ของมนุษย์ในสังคมไทยในหลายปรากฏการณ์ เช่น เรื่องราวของคนเชื้อสายจีนที่นิยมหาแม่สื่อมาแสวงหาโอกาสสมรสให้บุตรหลาน และเมื่อการจับคู่แบบคลุมถุงชนกันไม่สำเร็จ ทั้งชายและหญิงที่จำเป็นต้องก่อตั้งครอบครัวร่วมกันก็จะประสบทุกขภาวะอย่างมาก”รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กล่าว

อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มธ.กล่าวว่า การไม่มีการศึกษาในระดับที่คิดบนเหตุผลซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้สุดารัตน์หลงไปเชื่อคำแนะนำผิดๆ และตกอยู่ในสถานะคนผิดกฎหมายคนเข้าเมืองไต้หวันมานับสิบปี ซึ่งสุดารัตน์ก็เพิ่งตระหนักในความหลงผิดของตัวเองเมื่อไม่นานมานี้เอง ความหลงผิดนี้ทำให้ปฏิเสธที่จะจัดการชีวิตตามเหตุผลที่ควรจะเป็น อันนี้เป็นบทเรียนของรัฐไทยและชาวมนุษย์นิยมที่จะเรียนรู้ในการสร้างระบบความคิดที่ถูกต้องให้แก่มนุษย์ที่ตกอยู่ในการใช้อารมณ์แทนเหตุผล ดังนั้น การไปกล่าวโทษ “คนลำบาก” และสมน้ำหน้าโดยไม่ช่วยเหลือคือการสร้างปัญหามากขึ้นให้สังคมไทยนั่นเอง การจัดการปัญหาให้มนุษย์ในสังคมไทยกลับสู่การใช้เหตุผล และการสอนให้เจ้าของปัญหาเริ่มต้นแก้ปัญหาของตนเอง จึงเป็นการจัดการปัญหาที่ยั่งยืน

รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์กล่าวว่า วันเดียวกันนี้ได้รับการประสานงานจากผู้ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อขอทราบข้อมูล ซึ่งเรื่องนี้กฎหมายไทยมีความชัดอยู่แล้วโดยภายใน 90 วัน สุดารัตน์น่าจะกลับมาถือสัญชาติไทยได้


ดูข่าวต้นฉบับ


ข่าวสระบุรี สำหรับคนสระบุรี อัพเดทสดใหม่ทุกวัน ข่าวของชาวสระบุรี

RELATED ARTICLES

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

Most Popular

Recent Comments