วันจันทร์, พฤษภาคม 16, 2022
หน้าแรกกีฬา“ผลเสมอ” ฟีลลิ่งแฟนเก่าตามรังควานไม่เลิก

“ผลเสมอ” ฟีลลิ่งแฟนเก่าตามรังควานไม่เลิก

เกมคุณภาพคับแก้วที่ เอติฮัด สเตเดียม พูดได้ว่าเป็นความโชคดีของ เยอร์เก้น คล็อปป์ เมื่อ ลิเวอร์พูล ที่เราไม่รู้จักในช่วง 45 นาทีแรกตามหลัง แมนฯซิตี้ ที่เล่นเหนือกว่าเยอะแค่ลูกเดียว
ระฆังพักครึ่งจึงเปรียบเสมือนเสียงสวรรค์ที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนทำให้ “หงส์แดง” ถูกปลุกแถมเป็นใจที่ประตูตีเสมอเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเพียงแค่ 45 วินาทีหลังเขี่ยเริ่มเกมครึ่งหลัง
ครับเกมนี้พูดตามตรงไม่ได้สูสีเบียดถึงขนาดหายใจรดต้นคอแต่เป็นฝั่ง “ซิตี้” ที่วางแท็คติกส์มาดีกว่าทีมเยือนค่อนข้างชัดเจน
เป๊ป วางแผนเล่นงาน high line ของ “หงส์แดง” แทบจะทุกจุดของสนามไม่ว่าจะวางยาวจากแนวรับ, ด้านข้าง (รวมถึงฟรีคิก), วางโรยๆจากระยะ 30 หลา ฯลฯ
การมีอยู่ของ เวอร์กิล ฟาน ไดจค์ ไม่เคยทำให้ ลิเวอร์พูล เปลี่ยนวิธีการเล่นแม้ว่าจะถูกโจมตีและล่อแหลมเสียประตูถี่แค่ไหนก็ตาม
ความตื่นตระหนกจนไม่เป็นตัวของตัวเองในครึ่งเวลาแรกนั้นเป็นภาพที่ เดอะ ค็อป ไม่เคยเห็นมาก่อน
คุณเคยเห็น VvD ที่ชิวแม้กระทั่งเจอดวล 2 ต่อ 1 มาแล้วออกอาการล่กและไม่มั่นใจในตัวเองไหมครับ? ผมไม่เคยนะ
คุณเคยเห็น แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ตะโกนแยกเขี้ยวด่า VvD ไหมครับ มีแต่ฝ่ายหลังตะโกนด่าอย่างเดียว
เมื่อลูกพี่ใหญ่ที่คอยชักใยควบคุมการเล่นในแนวรับ “แกว่ง” ที่เหลือก็ไปกันหมดครับ
ลูก 1-0 เป็นอะไรที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับนักเตะประสบการณ์อย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ ฟาบินโญ่
คนแรกยืนอยู่ใกล้บอลที่สุดแต่กลับละสายตาไปด่ากรรมการก่อนถูก แบร์นาโด้ กดบอลเล่นเร็ว
มารู้ตัวอีกทีบอลไปถึง เควิด เดอ บรอยน์ และเป็น “แฟ้บ” (ที่วันนี้เล่นหลุดฟอร์ม) โชว์ภาพสโลว์โมชั่นถูกกระชากหนีอย่างง่ายดาย
การเช็กไลน์ล้ำหน้าก็ออกแนว “ครึ่งบกครึ่งน้ำ” คือเช็กล้ำแต่พะวงกับความเป็น “เรือใบ” ที่มีตัววางบอลดีๆหลายตัวเลยต้องดันแต่ก็รีบกลับมาวิ่งกวดไล่เนื่องจากไม่แน่ใจว่าล้ำหรือไม่
การวิ่งสอดไลน์ของแข้งตัวเล็กๆอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, ฟิล โฟเด้น และ เชซุส สร้างปัญหาให้ “หงส์แดง” เพราะแบ็ค 2 ข้างอย่าง ไคล์ วอล์คเกอร์ และ เชา คันเซโล่ มาเพิ่มโควต้ารอวิ่งทางริมเส้น
2 ประตูที่ ลิเวอร์พูล ทวงคืนได้เร็วนั้นถือว่าจังหวะเวลาสำคัญเอามากๆเพราะผมเชื่อว่าหากยืดเวลาให้นานกว่านั้นและถูกยิงเพิ่มห่าง 2 ลูกไหลแน่นอน
ผมชอบ โม ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ ในครึ่งหลังเอามากๆ เก็บบอลดีและเสียยากกว่าครึ่งแรก (ที่ลื่นล้มและโดนแย่งง่ายทั้งคู่)
การที่ ลิเวอร์พูล กลับคืนร่างเดิมและเริ่มพาบอลมาป้วนเปี้ยนพื้นที่สุดท้ายถี่ขึ้นทำให้ ซิตี้ มีอาการทันทีครับ
กล่าวคือหันมาเล่นช้าและไม่ผลีผลามมากขึ้น แนวรับของทีมเยือนจึงมีโอกาสหายใจไม่ถูกบุกบ้าคลั่งแบบในครึ่งแรก
แต่ปัญหาที่ทีมเยือนดูแก้ไม่ตกคือแดนกลางวันนี้เบรก ซิตี้ ไม่อยู่เลย ยืนกันหลวมแถมบางครั้ง เฮนโด้ ต้องถ่างไปช่วย TAA ทำให้ KDB ซึ่งวันนี้เด่นมากและคว้า MOM พลิกบอลขึ้นหน้าสวยๆหลายหน
สุดท้ายพวกตัวรุกไปทำเสียของเองไม่ว่าจะเป็นการเล่นยากของ เชซุส ที่เลือกยิงเข้าหน้าต่างทั้งๆที่ KDB รอสังหารที่จุดนัดพบ
หรือนาทีทองที่ควรเป็นประตูชัยของ ซิตี้ ในนาทีสุดท้าย 90+4 แต่ ริยาด มาห์เรซ ตัวสำรองดันโชว์เหนือชิพข้ามคานเล่นเอาเพื่อนร่วมทีมเข่าทรุด (ภาพยิงจุดโทษนาทีสุดท้ายไม่เข้าที่ แอนฟิลด์ แว่บเข้ามาในหัวทันที)
ผมเห็นคนพูดกันว่าต่อให้ “เรือใบ” ชนะเกมนี้มันอาจส่งผลไม่เยอะเพราะยังเหลืออีก 7 เกมให้วัดกันอีกยาวๆ
ผิดนะครับ คุณไม่เคยเห็นทีมของ เป๊ป เล่นแบบเกร็งๆหลัง ลิเวอร์พูล ขยับไล่จากตัวเลข 2 หลักน้อยลงเรื่อยๆจนเหลือแต้มเดียวเหรอครับ
ยิ่งวันไหน “หงส์แดง” kick off ก่อนและชิงเก็บ 3 แต้มด้วยแล้วต่อให้เป็นเทวดามาจากไหนใจมันอดคิดถึงเรื่องนี้ไม่ได้แน่นอน
มองกลับกันหากถูกทิ้ง 4 แต้ม หมายความว่า “เป๊ป” มีหลักทรัพย์ค้ำประกันพลาดได้ถึง 2 นัดและ ลิเวอร์พูล ต้องชนะทั้ง 2 นัดถึงจะแซงได้ แล้วกับโปรแกรมที่เหลือ 7 เกมกับทีมระดับ ซิตี้ มันไม่มีทางเลย เผลอๆเด็กๆของ JK จะถอดใจก่อนด้วย
อย่างที่ผมเคยเขียนเอาไว้ในบทความก่อนๆว่าการที่ “หงส์” เก็บชัยมา 10 นัดรวดทำให้ เป๊ป รู้สึกว่านี่คือภัยคุกคามที่ทีมอื่นๆไม่สามารถพึ่งพาอาศัยได้ ง่ายที่สุดคือเก็บงานด้วยตัวเองคือมั่นใจว่าชนะเกมนี้ถึงแชมป์แน่ๆ
ผมจึงมองว่าผลเสมอ 2-2 ฝั่ง “เรือใบ” รู้สึกเหมือนเป็น “ผู้แพ้” และสัมผัสได้ถึงอารมณ์แฟนเก่าที่บอกเลิกไปหลายครั้งแต่ยังตามรังควานไม่เลิกอย่าง ลิเวอร์พูล…
สถิติ สถิติ สถิติ

โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

นับตั้งแต่เริ่มซีซั่น 2018-19 เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ แอสซิสต์ ใน พรีเมียร์ลีก มากกว่านักเตะคนไหนๆ (44 ลูก) และประตูที่ถวายพานให้ ดิโอโก้ โชต้า หมายความว่าเจ้าตัวทำแอสซิสต์ใส่ 19 ทีมในลีก ณ ตอนนี้ครบหมดแล้ว

โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

นี่คือเกมแรกที่ แมนฯซิตี้ ยิงประตูขึ้นนำไปก่อนแต่ไม่สามารถเก็บชัยชนะใน พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนี้ได้ โดยสถิติก่อนหน้านี้คือชนะรวดทั้ง 22 เกมหากยิงนำคู่แข่งไปก่อน

“หงส์แดง” ตามหลังคู่แข่งในช่วงพักครึ่งเป็นหนแรกใน พรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้โดยวันนี้ครบ 1 ปีหลังหนสุดท้ายที่ตามหลังใน 45 นาทีแรกเกิดขึ้นในเกมพลิกชนะ แอสตัน วิลล่า 2-1 เมื่อเดือนเมษายน 2021


ดูข่าวต้นฉบับ


ข่าวสระบุรี สำหรับคนสระบุรี อัพเดทสดใหม่ทุกวัน ข่าวของชาวสระบุรี

RELATED ARTICLES

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

Most Popular

Recent Comments