วันจันทร์, กรกฎาคม 4, 2022
หน้าแรกต่างประเทศรัสเซียพร้อมยุติปิดล้อมท่าเรือยูเครน ถ้าโลกพร้อมผ่อนปรนคว่ำบาตร

รัสเซียพร้อมยุติปิดล้อมท่าเรือยูเครน ถ้าโลกพร้อมผ่อนปรนคว่ำบาตร

เปิดท่าเรือ

รัสเซียพร้อมยุติปิดล้อมท่าเรือยูเครน ถ้าโลกพร้อมผ่อนปรนคว่ำบาตร

รัสเซียพร้อมยุติปิดล้อมท่าเรือยูเครน – วันที่ 19 พ.ค. รอยเตอร์รายงานว่า ทางการรัสเซียเปิดเผยว่าพร้อมปฏิบัติตามคำเรียกร้องของสหประชาชาติหรือยูเอ็นให้ยุติการปิดล้อมท่าเรือของยูเครนในทะเลดำหากประชาคมโลกยินยอมจะทบทวนมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย

ข้อเรียกร้องของยูเอ็นเกิดขึ้นหลังสงครามยูเครนส่งผลกระทบต่อการส่งออกวัตถุดิบอาหารที่จำเป็นสร้างผลกระทบใหญ่หลวงแก่ประชาคมโลก โดยกองทัพเรือรัสเซียไม่ยินยอมให้เรือสินค้าของยูเครนออกจากท่าเรือในทะเลดำ

โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

รัสเซียพร้อมยุติปิดล้อมท่าเรือยูเครน
โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

Encyclopedia Britanica

รายงานระบุว่า ยูเครนเป็นหนึ่งในชาติผู้ส่งออกข้าวสาลีและธัญพืชรายใหญ่ที่สุดของโลก (รวมถึงรัสเซียด้วยแต่รัสเซียถูกคว่ำบาตร) แต่การเก็บเกี่ยวข้าวสาลีและธัญพืชในยูเครนไม่สามารถส่งออกทางเรือซึ่งเป็นเส้นทางหลักได้จึงต้องผ่านรถไฟและเส้นทางอื่น

กรณีดังกล่าวทำให้หลายชาติขาดแคลนข้าวสาลีและธัญพืชส่งผลให้ราคาอาหารหลายประเภทพุ่งสูงซ้ำเติมความยากลำบากของประชาคมโลกที่กำลังพยายามดิ้นรนฟื้นฟูจากวิกฤตการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาปี 2019 หรือโควิด-19 ซึ่งสร้างความย่อยยับให้กับเศรษฐกิจโลก

นายเดวิด บีสลีย์ ผู้อำนวยการโครงการอาหารโลก (WFP) กล่าวอ้อนวอนว่า “ท่านประธานาธิบดีปูติน หากท่านยังเป็นผู้ที่มีหัวใจความเป็นมนุษย์อยู่ ได้โปรดเปิดท่าเรือเหล่านี้ด้วย”

WFP ระบุว่า ทางหน่วยงานรับผิดชอบชีวิตของผู้อดอยากหิวโหยกว่า 125 ล้านคนทั่วโลก โดยครึ่งหนึ่งของข้าวสาลีและธัญพืชที่ทาง WFP นำไปช่วยเหลือผู้คนเหล่านี้ต้องซื้อจากยูเครน

โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

ด้านนายอันเดร รูเดนโก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กล่าวตอบโต้ว่า “จะมาขอร้องรัสเซียฝ่ายเดียวไม่ได้เพราะควรต้องไปดูภาพรวมของสถานการณ์ด้วยว่าต้นเหตุที่แท้จริงของวิกฤตขาดแคลนอาหารครั้งนี้มาจากอะไร”

“ต้นเหตุหลักนั้นมาจากมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซียของสหภาพยุโรปกับสหรัฐอเมริกาเองทำให้การค้าเสรีถูกแทรกแซงส่งผลกระทบต่อเส้นทางการค้าข้าวสาลี ธัญพืช และปุ๋ย รวมทั้งอื่นๆ”

ทั้งนี้ ปริมาณการส่งออกข้าวสาลีและธัญพืชจากรัสเซียและยูเครนนั้นคิดรวมกันเป็นสัดส่วนถึงหนึ่งในสามของโลก โดยในส่วนของยูเครนนั้นเป็นผู้ส่งออกข้าวโพด ข้าวบาร์เลย์ น้ำมันทานตะวัน และน้ำมันคาโนลา ขณะที่รัสเซียนั้นเป็นผู้ส่งพืชประเภทเดียวกันคิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 40 ของโลก แต่อยู่ภายใต้มาตรการคคว่ำบาตรของชาติตะวันตก


ดูข่าวต้นฉบับ


ข่าวสระบุรี สำหรับคนสระบุรี อัพเดทสดใหม่ทุกวัน ข่าวของชาวสระบุรี

RELATED ARTICLES

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

Most Popular

Recent Comments