‘โทนี่’ ชี้วิธีคิด ‘ประยุทธ์’กู้มาแจกโยนบาปให้ลูกหลาน สอนเป็นผู้นำต้องโมเดิร์นเข้าใจคนหลายรุ่น

'โทนี่' ชี้วิธีคิด 'ประยุทธ์'กู้มาแจกโยนบาปให้ลูกหลาน สอนเป็นผู้นำต้องโมเดิร์นเข้าใจคนหลายรุ่น

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 28 ก.ย. 2564 โทนี่ วู้ดซัม (Tony Woodsome) ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุผ่านรายการ CareTalk x Care ClubHouse ในหัวข้อ “MODERNIZED THAILAND กำเนิดใหม่ความทันสมัยเพื่อคนไทยและประเทศไทย” โดยระบุถึงแนวคิดการนโยบายการเปลี่ยนแปลงประเทศ Modernized Thailand เมื่อปี 2549 ว่า ตอนนั้นผมจะพยายามทำให้ประเทศไทยทันสมัย โดยที่ไม่ควักเงินสักบาทเดียว ตนเดินสายทั่วโลก เพื่อเชิญชวนรัฐบาลและนักธุรกิจใหญ่ๆของประเทศต่างๆ ให้เข้ามาประเทศไทย ซึ่งก็มีทั่วโลกมา โดยเข้ามากว่า 2,000 บริษัท แต่เราไม่ได้จ่ายตังค์สักบาท เราจะจ่ายด้วย เช่น สินค้าการเกษตร เพราะถ้าเราทำระบบน้ำที่ดี เกษตรกรก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้น เราก็จะสามารถชำระเป็นสินค้าเกษตรได้ นั่นทำให้ 2,000 บริษัท สนใจจะเข้ามา มันหมายความว่าประเทศไทยมีเครดิตที่ดี มีความน่าเชื่อถือสูง

โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

สไตล์ผมกับสไตล์ท่านประยุทธ (จันทร์โอชา) ไม่เหมือนกัน สไตล์ของท่านกู้เงินมาแจกของ ผมให้ต่างประเทศกู้เงินมาสร้างให้เรา แล้วเราเอารายได้ไปจ่าย วิธีคิดมันต่างกัน ซึ่งวิธีกู้เงินแล้วมาแจกนั้น คนที่รับบาปหรือรับบาปทางอ้อมคือลูกหลาน เพราะตัวเองยังหามรดกให้ลูกหลานไม่ได้ ยังเอามรดกในอนาคตของลูกหลานมาใช้ในวันนี้เพราะอีก 2-3 เจเนอเรชั่น จะต้องชำระหนี้ให้กับประเทศ โดยการเสียภาษีที่เพิ่มขึ้น ด้วยการทำงานที่หนักขึ้น เพื่อประเทศจะได้เอาเงินไปใช้หนี้ที่กู้มา

ชี้ปรับเพดานหนี้สาธารณะ 70% อาการหนัก

โทนี่ กล่าวว่า เรื่องเงินกู้ไม่ใช่เรื่องเล่น วันนี้ที่มีการเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะเป็น 70% ของจีดีพี มันเหมือนกับว่าเรามีรายได้ต่ำ แต่ไปกู้สูง แล้วเราจะใช้หนี้อย่างไร แม้ใช้หนี้ได้ ก็ต้องใช้เวลานาน เพราะเราเป็นประเทศที่มีฐานรายได้ต่ำ ทั้งนี้ เห็นว่า การกำหนดให้หนี้สาธารณะอยู่ที่ 50% ถือว่าเป็นวินัยการเงินการคลังที่ดีที่สุด เพราะ 60% ยังถือว่าอาการหนัก แต่วันนี้ขยับขึ้นไป 70% แล้วถ้า พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ต่อก็อาจขยับเป็น 80% ดังนั้น จึงมีความน่าห่วง ที่เราจับจ่ายใช้สอยง่ายเกินไป โดยไม่พัฒนาขีดความสามารถในตัวเอง

โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ใช้คำพูดที่ว่าพลิกโฉมประเทศไทย จะไม่ยอมทิ้งใครไว้ข้างหลัง แต่ปัญหาของวันนี้คือช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนมีถึง 16 เท่า ซึ่งเดิมทีเคยมีช่องว่างเพียง 5 เท่า แต่วันนี้เป็นสิ่งที่น่ากลัวในสถานการณ์ โควิด-19 คือยิ่งทำให้คนรวยยิ่งรวยขึ้นไป แต่คนจนยิ่งจนลง

โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

สอน ‘ประยุทธ์’ เป็นผู้นำต้องโมเดิร์น เข้าใจโลก ต้องแก้ รธน.ทั้งฉบับให้ดี

โทนี่ กล่าวว่า ถ้าจะโมเดิร์นไนซ์ประเทศ ผู้นำประเทศต้องโมเดิร์น อายุเท่าไหร่ก็ช่าง แต่ต้องเข้าใจโลก และต้องศึกษา ไม่ใช่น้ำเต็มแก้ว เมื่อที่ปรึกษาพูดอะไรก็ไม่ฟัง คิดว่าตัวเองรู้หมดแล้ว ดังนั้น จะต้องการรับความเปลี่ยนแปลงสมัยใหม่ ที่โลกมันไปไกลแล้ว เราจะอยู่แบบดักดานไม่ได้ เพราะถ้าเราจะอยู่แบบดักดาน เพราะคนปัจจุบันได้เห็นความทันสมัยหมดแล้ว

โทนี่ระบุว่า “ผู้นำจะพาประเทศประชาชนไปทางไหนต้องพูดให้ชัด เราจะเดินด้วยกันสามัคคีด้วยกัน ไม่ใช่พวกมึงผิดพวกกูถูก ไม่นั้นเจ๊ง”

จะโมเดิร์นไนซ์ประเทศ ถ้ารัฐธรรมนูญอย่างนี้ คนที่เป็นเรื่องเป็นราวไม่กล้าเข้ามา เพราะจะเข้ามาเฉพาะการเมืองแบบรอกล้วย แล้วเมื่อไหร่เราจะมีการเมืองที่ดี และวันนี้เองผมก็ยังไม่รู้ว่ารัฐมนตรีคนไหนชื่ออะไรบ้าง ทั้งที่ผมตามเรื่องของประเทศมาโดยตลอด เพราะผลงานก็ไม่มี หรือไม่กล้าทำผลงานหรือทำไม่เป็น ดังนั้น ระบบการเมืองต้องพัฒนารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่ไม่ช่วยให้ประเทศเจริญเลย ต้องปรับปรุงแก้ไขให้เป็นรัฐธรรมนูญที่ดีกว่านี้ แม้จะมีการเปลี่ยนเป็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ แต่ก็เป็นเสี้ยวหนึ่งของการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งต้องแก้ทั้งฉบับ ผมย้ำอีกครั้งว่ารัฐธรรมนูญปี 2540 ดีที่สุดตั้งแต่เราเคยมีมา

การันตีกรุงเทพฯ น้ำไม่ท่วมหนักซ้ำรอยแบบปี 54 ระดับน้ำในเขื่อนใหญ่ไม่ล้น

โทนี่ ยังระบุถึงสถานการณ์อุทกภัยของประเทศไทยในภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางและภาคอีสาน ซึ่งเจอพายุเตี้ยนหมู่ โดยระบุว่า ตอนนี้คนกรุงเทพฯ เป็นห่วงว่าจะเป็นอย่างไร ถ้าเทียบกับปี 2554 สมัยยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเป็นนายกรัฐมนตรีใหม่ๆ ในครั้งนั้นเจอพายุ 5 ลูก แต่ครั้งนี้เจอพายุไป 1 ลูก ยังลุ้นอีก 2 ลูก แต่ไม่ต้องสวดมนต์  จะมาไม่มาไม่เกี่ยวกับสวดมนต์แน่นอน ปี 54 และ ปี 64 จะเทียบให้พี่น้องต้องตกใจ เมื่อปี 2554 ตอนที่พายุมา น้ำในเขื่อนภูมิพล มี 91% เขื่อนสิริกิติ์ มีน้ำ 99% คือน้ำเต็มเขื่อน แต่ปัจจุบันน้ำในเขื่อนภูมิพล มี 45% ในเขื่อนสิริกิติ์มีอยู่มีอยู่ 43% ความเร็วของน้ำขณะนี้ไหลมา 1,850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที 

แต่สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ความเร็วของน้ำไหลอยู่ที่ 3,680 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพราะฉะนั้นโอกาสน้ำท่วมกรุงเทพฯ แทบจะศูนย์ ยกเว้นน้ำขังไม่ใช่น้ำท่วม ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ต้องขึ้นเฮลิคอปเตอร์ดูว่าน้ำจะไหลตรงไหนได้บ้าง โดยแถวกรุงเทพฯ มีทุ่งพักน้ำอยู่หลายสิบทุ่งยังว่างอยู่ ก็จะทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนน้อย น้ำจะได้ลดเร็วขึ้น

“กรุงเทพฯ อีก 15-20 ปี ถ้าไม่ทำอะไรน้ำท่วมกรุงเทพฯ แน่ พื้นที่กรุงเทพฯ สูงกว่าระดับนน้ำทะเล 10 เซนติเมตร แล้ววันนี้โลกร้อนน้ำแข็งละลาย ถ้าเราไม่ทำเหมือนโครงการตอนนายกฯ ยิ่งลักษณ์หาเสียงจะถมทะเลที่บางขุนเทียน อันนี้จะยกให้สูงขึ้นเป็นเขื่อนกันน้ำเข้ากรุงเทพฯ อันนี้ต้องรีบทำ ต้องคิดถึงเรื่องระบบน้ำทั้งระบบ คนที่อยู่นอกพื้นที่นอกชลประทานจะยากจนไปเรื่อยๆ ถ้าทำตอนนี้จะทำให้ระบบน้ำเราดีขึ้น”

โทนี่ระบุว่า ถ้าจะเปิดประเทศวัคซีนต้องเพียงพอ จัดระบบสาธารณสุขให้ดี และเตรียมวัคซีนสำรองเพื่อบูสเตอร์ ถ้าวัคซีนอยู่เกิน 6 เดือนต้องเช็คภูมิแล้ว ต้องรอจนกว่าจะมีภูมิคุ้มกันหมู่ ตอนนี้ต้องช่วยตัวเองสร้างภูมิคุุ้มกันนอนให้พอ ทำมาหากิน อย่ากังวลเยอะ ที่สำคัญประเทศไทยอยากบอกนายกฯ ให้หาคนสร้างรายได้ครอบครัว 1 คนในการสร้างรายได้ด้วย

แนะตัดวงจรรัฐประหาร คนทั้งประเทศต้องแสดงพลังไล่

ถ้าอนาคตมีการเลือกตั้งและทำการรัฐประหารเกิดขึ้นจะแก้ไขวงจรนี้อย่างไร โทนี่ ระบุว่า คนไทยมีจิตสำนึกทางการเมืองต่ำ แต่วันนี้ดีขึ้นเยอะ พอปฏิวัติ พวกทหารเล่นละครเอาครอบครัวมามอบดอกไม้ เขาเชียร์กัน ผลสุดท้ายก็ลำบากถึงทุกวันนี้ ถ้ามีจิตสำนึกทางการเมืองสูง ปฏิวัติอย่างนี้ โทษประหารชีวิตนะต้องออกมาพร้อมกันไล่เลย พรรคการเมือง รัฐบาลมาจากประชาชนกูเลือก ทำอย่างนี้ไม่ยอม ถ้าไม่ยอมทั่วประเทศ จบ ไม่มีใครกล้าปฏิวัติอีกแล้ว

“ไม่ต้องแบ่งก๊ก แบ่งเหล่า แบ่งเหลือง แบ่งแดง เอาจิตสำนึกทางการเมือง อย่าไปให้ควายจูง”

ยกย่อง รธน.ปี 40 ดีีที่สุดทำศักดิ์ศรีคนไทยไม่ใช่ไพร่

โทนี่ระบุว่า ตอนนี้ที่ได้รัฐธรรมนูญปี 2540 ช่วงนั้นรัฐธรรมนูญได้กำหนดให้คนไทยทุกคนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไม่ใช่เป็นไพร่ เพราะฉะนั้น 30 บาทรักษาทุกโรค คือขจัดคนประเภทอนาถาออกไป ให้เป็นคนไทยเหมือนกัน รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่มีอนาถา ให้ความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน ดังนั้นรัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด รัฐธรรมนูญปัจจุบันแย่ไม่พอ แต่นายกรัฐมนตรียังคิดว่าเป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติอยู่ ทั้งที่มีเลือกตั้ง ส.ส. ส.ส.ร่วมฝักถั่วให้เป็นนายกฯ ก็ยังไม่สำนึกเรื่องประชาชนแต่สำนึกว่าตัวเองเป็นหัวหน้าปฏิวัติ พูดในสภาฯ วันก่อนว่าตัวเองยังเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตย 3 สาขา ซึ่งวันนี้ใช้ได้สาขาฝ่ายบริหาร สาขาเดียว 

อัดนายกฯไม่กล้าคุยเด็ก แต่กล้าคุยกับวัว

อดีตนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า วิธีดีที่สุดถ้าอยากให้ประชาชนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข สถาบันเป็นที่เคารพสักการะเหมือนเมื่อก่อน นำรัฐธรรมนูญปี 40 มาใช้คนไทยห่วงตัวเองอนาคตลูกหลานจะเป็นอย่างไร กฎหมายไม่เป็นกฎหมายเลยหรอ ใครเห็นต่างคือโจร ปัญหาคือเด็กที่ต่อสู้วันนี้มองไม่เห็นอนาคต 

“ผมถึงบอกว่าพล.อ.ประยุทธ์ลงมาคุยกับเด็กไม่เสียหาย ขนาดวัวยังคุยได้ ดีไม่ดี ก็ไปถามลูก ที่ผมรู้จักคนรุ่นใหม่เพราะคุยกับลูก ตอนนี้ก็คุยกับหลานแล้ว ดังนั้น จำเป็นที่ผู้นำต้องเข้าใจคนหลายเจเนอเรชั่น ไม่มีครั้งไหนในโลกที่คนอยู่ร่วมกันหลายเจเนอเรชั่นอย่างนี้ ถ้าอยู่เข้าใจกันเท่ากับรวมพลังเจริญประเทศ ถ้าอยู่ไม่เข้าใจกัน ประเทศพัง”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ดูข่าวต้นฉบับ

Related Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

© 2021 ข่าวสระบุรี - Theme by WPEnjoy · Powered by WordPress