ให้กี่นัดกับบอลสไตล์ “ยิ้ม”

การเสมอ เอฟเวอร์ตัน ในบ้าน (และเกือบแพ้) ของ แมนฯยูไนเต็ด ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็น story ที่คาดเดาได้ เป็นทีมเดียวที่ดูบอลเสร็จมีเรื่องให้คุยเยอะจนไม่รู้จะเริ่มตรงไหนก่อน
แต่พอยต์หลักที่หลายคนเริ่มไม่ไหวแล้วคือสโมสรจะยอมปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ไปอีกถึงเมื่อไหร่?
การแพ้ แอสตัน วิลล่า คาบ้านเมื่อสัปดาห์ก่อนและเมื่อรวมนัดนี้ด้วย นั่นหมายความว่าลูกทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ทำหายไปเต็มๆถึง 5 แต้ม
ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ตั้งความหวัง “กินเต็ม” ก่อนเข้าสู่โปรแกรมโหดที่ต้องเจอ ลิเวอร์พูล, สเปอร์ส และ แมนฯซิตี้ ในเดือนนี้และต้นเดือนหน้า
เมื่อผลลัพท์ออกมาแบบนี้แน่นอนครับมันก็กระชากความคาดหวังของแฟนบอลที่เคยมองถึงการเบียดลุ้นแชมป์ยาวๆในวันที่เปิดตัว คริสติอาโน่ โรนัลโด้
หลักการง่ายๆ ทีมไหนที่แฟนต้องมาตามด่าเรื่องเดิมเรื่องซ้ำซากหลังจบทุกๆเกม แปลว่ามันไม่ปกติ การแก้ไขการปรับปรุงมันไม่เกิดขึ้น
ผมมองว่า “บาลานซ์” ของบรรดาตัวรุกกับตัวรับทำให้ “ปีศาจแดง” อยู่ในภาวะ “ง่อนแง่น” จนกลายเป็นปัญหาใหญ่และดูท่าจะหาทางแก้ลำบากซะด้วย
ครึ่งแรก เอฟเวอร์ตัน อาจมีโอกาสมากกว่าจากจังหวะสวนกลับ (อีกแล้ว) แต่การได้ประตู 1-0 ในช่วงก่อนหมดเวลา 2 นาทีของ แมนฯยูฯ ทำให้ครึ่งหลังสถานการณ์กลับฝั่งเมื่อความอันตรายของ “ท๊อฟฟี่” หายสาบสูญไปเลย
แต่คุณลองดูสภาพของลูกทีม ราฟาเอล เบนิเตซ ที่สโมสรให้งบ 2 ล้านปอนด์ซื้อ เดมาราย เกรย์ แค่คนเดียวก็ว่าแย่แล้ว
แต่วันนี้ขาด 2 ตัว top ในแดนหน้า (โดมินิก คัลเวิร์ท-เลวิน และ ริชาร์ลิซอน) กับ 3 ตัวเก๋า (เชมุส โคลแมน, อเล็กซ์ อิโวบี้ และ อันเดร โกเมส)
นี่ก็เกือบครึ่งทีมเข้าไปแล้ว ถ้า เดวีส เห็นแก่ตัวกว่านี้ซักหน่อยแต้มเดียวก็ไม่ได้นะครับ
ได้เปรียบทุกๆอย่างขนาดนี้แต่เกมรุกการเข้าทำของ โซลชา สร้างความงุนงงให้ทุกคน กล่าวคือแบ็คเติมเกมรุกแต่จะพาบอลตัดเข้าในและปล่อยให้ปีกเป็นคนครอสซึ่งในเขตโทษก็แทบไม่มีเพื่อนไปรอเลย
และปกติในเขตโทษก็มีแต่ผู้เล่นคู่แข่งเยอะอยู่แล้ว การจะเปิดให้เจอเพื่อนนี่แทบเป็นไปไม่ได้ เท่าที่เห็นมีครึ่งแรกที่ เอฟเวอร์ตัน พลาดจน เอดิสัน คาวานี่ โขกแต่ จอร์แดน พิคฟอร์ด ไวโคตรๆ
ว่ากันว่าตอนนำ 1-0 และกำลังนวดเพลินๆถ้า ยูไนเต็ด ได้ลูก 2 เรามีผู้ชนะในเกมนี้แน่นอนแต่เป็นกฏของฟุตบอล ถ้าคุณปล่อยให้สกอร์ค้างอยู่ลูกเดียวก็ต้องแบกรับความเสี่ยงที่จะตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่หายนะที่ทำให้แต้มหายไป 2 มันน่าเจ็บใจคือเจ้าถิ่นได้เตะมุมอยู่แท้ๆแต่ถูกโต้กลับเป็น 1-1 ภายในเวลาไม่กี่ “วินาที”
จุดที่ถูกพูดถึงกันอย่างมากคือ เฟรด ที่ถูกหมายหัวมาทุกนัดแต่จังหวะนี้ยิ่งทำให้หลายคนหัวร้อนหลังเห็นแข้งแซมบ้าทำหน้าที่ “ตัวตัดเกม” ได้แย่มากๆ
ถ้าเหลือเซนเตอร์ตัวเดียวในจังหวะโดนสวน คนที่เป็น DM ต้องทำฟาว์ลไว้ก่อน ยิ่งไม่มีใบเหลืองติดตัวด้วยแล้วยิ่งไม่ต้องคิดมากเลย
เบรกจังหวะแรกเอาไม่ลง (จนผู้บรรยายบอก worse tackle) ไปตามดาบสองแต่ขาดสัญชาตญาณอย่างรุนแรงครับเพราะ เดมาราย เกรย์ เขาเอาไหล่ชนก่อนถึงบอลแต่แข้ง แซมบ้า วิ่งไปหาบอลทื่อๆไม่มีการเกร็งหรือพยายามจะชนก่อนเลยด้วยซ้ำ
ท้ายที่สุดกลายเป็น “มิดฟิลด์ตัวรับ” ถูก “ปีกจอมเลื้อย” ชนกระเด็นบ้านเบี้ยวจนเราได้เห็นท่าฉลองดีใจ “โด้ก๊อปปี้” ของ แอนดรอส ทาว์นเซนด์ ในนาที 65 และ เฟร็ด ถูกเปลี่ยนออกหลังจากนั้น 5 นาที
ซ้ำร้ายที่ทำให้แฟนบอลซึ่งกำลังหาที่ “ระบาย” ยิ่งเชื่อเข้าไปอีกว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ไม่ใช่และไม่เหมาะกับการเป็น “แม่ทัพ” ในการนำการบคือรอยยิ้ม “เริงร่า” ในช่วงทดเวลาเจ็บจนแฟนมองว่าไม่ยี่หระกับความบรรลัยที่อยู่ตรงหน้าเลย
อย่างเป็นคนปกติถ้ามีเรื่องเครียดกำลังจะซวยอยู่มะรอมมะร่อ ต่อให้ แจ้ส ชวนชื่น มาเล่นตลกตรงหน้ายังไงก็ขำไม่ออก ผมก็เป็นคุณก็เป็น
จะบอกว่าเป็นเรื่องหยุมหยิมอะไรก็ตามซึ่งตอนนี้แฟนผีเมืองนอกใน twiter หัวร้อนเอามายกเป็นประเด็นกันค่อนข้างเยอะ
สำหรับ “เร้ดอาร์มี่” เมื่อพิจารณาในทุกๆแง่มุมแล้ว พวกเขามองว่าตำนานผู้นี้ “อ่อนแอ” เกินกว่าจะพาทีมไปไกลกว่านี้
เสียดายครับที่ผลเสมอ “กลบ” class การคล้องบอลก่อนไหลด้วยน้ำหนักที่สุด perfect ของ บรูโน่ เราควรแตกประเด็นเรื่องการเร่ง tempo เกมรุกที่ทำให้ แมนฯยูฯ เริ่มดุดันขึ้นแต่กลายเป็นต้องมาพูดถึงเรื่องตัวรับไม่ตัดเกมและผู้จัดการทีมยิ้ม
แฟนบอลไม่ได้ต้องการมาเห็นอะไร “ตลกๆ” แบบนี้หลังการลงทุนเสริมทัพในซัมเมอร์นี้ไปกว่า 120 ล้านปอนด์
โซลชา ต้องการปีกสโมสรก็ถอย จอร์ดอน ซานโช่ ให้, หลังรั่วก็นำเข้า ราฟาเอล วาราน ตัวท็อประดับโลก, ต้องการตัวจบสกอร์ก็จัด คริสติอาโน่ โรนัลโด้ แบบสายฟ้าแล่บ
ถ้าอ้างว่าผลงานจะดีกว่านี้หากมี “กลางรับ” มันก็ฟังไม่ขึ้นเพราะขุนพลในทีมที่มีอยู่ผมเชื่อว่ากึ๋นของผู้จัดการทีมสามารถ “ปิดจ็อบ” ในหลายต่อหลายเกมได้สบายๆจนต่อให้ เฟร็ด พลาดก็ไม่ส่งผลอะไร
ด้วยความเคารพ ฤดูกาลที่แล้ว ลิเวอร์พูล เซนเตอร์เจ็บหมด 3 ตัว เอาตัวเลือกสุดท้ายที่ไม่มีอนาคตมายืนคู่กับดาวรุ่งสปีดต่ำ หลายๆเกมเอามิดฟิลด์ตัวรับมือยืนคู่กันแต่ยังถูไถจบอันดับ 3 ดังนั้นปัญหาอยู่ที่ตรงไหนต้องไปคิดเอง
ครับ แมนฯยูฯ ต้องรีบหาทางแก้ไขโดยด่วนเพราะอย่าลืมว่าผลงานแต่ละนัดมันจะทิ้งร่องรอยหลักฐานให้คู่ต่อสู้เอาไปศึกษา
เส้นทางโปรแกรมนับจากนี้ของ “ปีศาจแดง” น่าสนใจมากครับว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หรือ “เฮียยิ้ม” วนลูปเอาตัวรอดเหมือนที่ทำได้มาตลอด…
สถิติ สถิติ สถิติ

โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

บรูโน่ แฟร์นานเดซมีส่วนร่วมกับประตูลูกที่ 50 ใน 58 เกมในพรีเมียร์ลีก (ยิง 30 กับอีก 20 แอสซิสต์) มีเพียง แอนดี้ โคล (43), อลัน เชียร์เรอร์ (54) และ เอริค คันโตน่า (54) ที่ยิง+แอสซิสต์ถึง 50 ลูกเร็วกว่าเขา

โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

แอนดรอส ทาว์นเซนด์ ยิงประตูที่ 5 ในการลงสนาม 9 นัดในทุกรายการให้ เอฟเวอร์ตัน ซึ่งทำได้เท่ากับตอนเล่นให้ คริสตัล พาเลซ ถึง 79 นัด

และนี่เป็นการยิงประตูในลีก 3 นัดติดต่อกันในอาชีพค้าแข้งของ ทาว์นเซนด์ อีกด้วย

“ปีศาจแดง” เสียประตูเกมลีกที่ โอลด์แทรฟฟอร์ด มา 9 นัดติดต่อกัน กลายเป็นสถิติใหม่ที่ไร้คลีนชีตในบ้านยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธํ 1971 (10 เกม)

อ็องโธนี่ มาร์กซิยาล ยิงประตูที่ 5 ในลีกยามเจอกับ เอฟเวอร์ตัน ซึ่งกลายเป็นการยิงประตูคู่แข่งที่มากที่สุดเท่าตอนเจอ เซาธ์แฮมป์ตัน ไปแล้ว

“ท๊อฟฟี่” ได้ 14 แต้มจากการลงเล่น 7 เกมแรกใน พรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้ มีเพียงฤดูกาล 2004-05 (16 แต้ม) เท่านั้นที่ทำได้มากกว่า

ติโม แวร์เนอร์ ยิงประตูแรกใน พรีเมียร์ลีกหลัง “เป้าสะอาด” มา 6 เดือนและหากนับลูกยิงในครึ่งแรกที่ถูก VAR จับฟาว์ลนับเป็นลูกที่ 16 ที่ถูก “ยึด” เข้าให้แล้ว

เจมส์ วอร์ด เพราซ์ เป็นนักเตะคนที่ 4 ของ เซาธ์แฮมป์ตันที่ทั้งยิงประตูและถูกไล่ออกในเกม พรีเมียร์ลีก หลังก่อนนี้มีอดีตเพื่อนร่วมทีมทำไว้ 3 คนคือ ปีเตอร์ เคราช์ (พฤษภาคม 2005), ซาดิโอ มาเน่ (ตุลาคม 2015) และ ปิแอร์ ฮอยแบร์ก (ธันวาคม 2018)

เซาธ์แฮมป์ตัน, เบิร์นลีย์, นิวคาสเซิ่ล และ นอริช เป็นทีมที่ยังไม่ชนะใครในซีซั่นนี้ ทำให้เป็นแค่ฤดูกาลที่ 2 เท่านั้นที่ลีกสูงสุดของผู้ดีเตะเปิดสนามมา 7 เกมแล้วมีทีมไร้ชัยมากถึง 4 ทีม (ซีซั่นแรก 1964-65)


ดูข่าวต้นฉบับ

Related Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

© 2021 ข่าวสระบุรี - Theme by WPEnjoy · Powered by WordPress