วันอาทิตย์, ธันวาคม 5, 2021
หน้าแรกธุรกิจ-เศรษฐกิจยันไทยไม่ได้ขายน้ำมันแพงที่สุดในโลก ชี้ราคาเป็นไปตามตลาดโลก

ยันไทยไม่ได้ขายน้ำมันแพงที่สุดในโลก ชี้ราคาเป็นไปตามตลาดโลก

ยันไทยไม่ได้ขายน้ำมันแพงที่สุดในโลก ชี้ราคาเป็นไปตามตลาดโลก

โฆษกรัฐบาล รับเหตุน้ำมันแพงเพราะราคาตลาดโลกขยับตัวสูงขึ้น ยันไทยไม่ได้ขายน้ำมันแพงที่สุดในโลก ยอมรับในตอนนี้นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยในเรื่องนี้ สั่งการให้ติดตามสถานการณ์ราคาพลังงานอย่างใกล้ชิด และเร่งเดินหน้าหามาตรการช่วยประชาชน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น สาเหตุมาจากความต้องการใช้พลังงานทั่วโลกเพิ่มขึ้นหลังจากทั่วโลกมีการฉีดวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลง ส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศที่มีการปรับขึ้น โดยนายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยในเรื่องนี้ จึงสั่งการให้ติดตามสถานการณ์ราคาพลังงานอย่างใกล้ชิด

ล่าสุด คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน ได้ออกมาตรการบรรเทาผลกระทบของน้ำมันดีเซลหมุนเร็วที่ปรับตัวสูงขึ้น ดังนี้ 1.ลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ในส่วนของ B7 จาก 1 บาท เหลือเพียง 1 สตางค์ ส่งผลให้ B7 มีราคาอยู่ที่ 30.29 บาท/ลิตร ซึ่งมาตรการนี้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ 5 ต.ค. 2564 เป็นต้นไป และ 2.ปรับลดสัดส่วนไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว จากเดิมมีการผสมอยู่ 3 สัดส่วน คือ บี7 บี10 บี20 ให้เหลือ 2 สัดส่วน คือ บี6 และ บี20 พร้อมทั้งเห็นชอบค่าการตลาดของน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา บี6 เท่ากับ 1.40 บาทต่อลิตร เพื่อใช้อ้างอิงในการกำกับดูแลความเหมาะสมของราคาขายปลีก ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซล บี6 จะมีราคาอยู่ที่ประมาณ 28.29 บาท/ลิตร ในช่วงระหว่างวันที่ 11-31 ต.ค. 2564

โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

อีกทั้งในระหว่างนี้จะมีการประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและกำหนดมาตรการในระยะต่อไป โดยทั้งหมดนี้ คิดเป็นมูลค่าการชดเชยตามมาตรการดังกล่าวนี้ประมาณ 3,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันสถานะเงินกองทุนฯ อยู่ที่ 11,000 ล้านบาท ยังคงเพียงพอที่จะนำมาช่วยเหลือ นอกจากนี้ที่ผ่านมาได้ใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงฯ เพื่อชดเชยราคาขายปลีกแอลพีจี สำหรับถังขนาด 15 กิโลกรัม อยู่ที่ 318 บาทต่อถัง (ไม่รวมค่าขนส่ง) ต่อเนื่องจนวันที่ 31 ธ.ค. 2564

นายธนกร กล่าวว่า ราคาขายน้ำมันแต่ละประเทศขึ้นอยู่กับนโยบายของประเทศนั้นๆ แต่ละประเทศมีมาตรการภาษี ระบบการเก็บเงินเข้ากองทุนหรืออุดหนุนราคาพลังงานที่แตกต่างกัน ราคาหน้าโรงกลั่น ค่าเงินบาท ซึ่งความจริงแล้วราคาน้ำมันในปัจจุบันไม่ได้สูงไปกว่ารัฐบาลก่อน ตามที่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกมาแสดงความเห็นเรื่องภาษีน้ำมันสรรพสามิตในรัฐบาลก่อน แต่บริบทที่เปลี่ยนไปมีความแตกต่างต่อการบริหารประเทศอยู่แล้ว ซึ่งรัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือในหลายแนวทาง และต้องมีการบริหารการเงินการคลังให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ด้วย

นอกจากนี้ เมื่อเปรียบเทียบราคาน้ำมันระหว่างประเทศไทยและประเทศอื่นๆ พบว่า ประเทศไทยไม่ได้ขายน้ำมันแพงที่สุดในโลก ราคาน้ำมันเบนซิน อ้างอิง ณ วันที่ 4 ต.ค.2564 ประเทศไทยขายอยู่ที่ 31.15 บาท/ลิตร กัมพูชา 37.22 บาท/ลิตร และสิงคโปร์ 63.79 บาท/ลิตร ส่วนราคาน้ำมันดีเซลอ้างอิง ณ วันที่ 4 ต.ค. เช่นกัน ประเทศไทยขายอยู่ที่ 28.29 บาท/ลิตร กัมพูชา 30.19 บาท/ลิตร และสิงคโปร์ 51.87 บาท/ลิตร

โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

สำหรับกรณีที่นายพิชัยระบุว่า รัฐบาลควรลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันลง 5 บาท/ลิตร โดยเปรียบเทียบกับสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่จัดเก็บอัตราภาษีน้ำมันดีเซลเพียง 0.005 บาท/ลิตร นั้น เนื่องจากปัจจุบันราคาน้ำมันดิบโลกอยู่ที่ 77.30 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล (ข้อมูล ณ วันที่ 6 ต.ค. 2564) ต่างจากสมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่เคยสูงประมาณ 106.86 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล (เดือนส.ค. 2554) ในขณะนั้นจึงต้องมีการลดอัตราภาษีน้ำมันและเงินนำส่งเข้ากองทุนลดลง ดังนั้น ขณะนี้จึงยังไม่มีความจำเป็นต้องลดอัตราภาษีลง แต่รัฐบาลจะติดตามสถานการณ์น้ำมันอย่างใกล้ชิด

ส่วนกรณีที่นายพิชัยระบุว่า รัฐบาลเอาคนที่ไม่รู้เรื่องเศรษฐกิจมาบริหารเศรษฐกิจถึงได้ล้มเหลวนั้น ต้องชี้แจงให้เข้าใจว่า เพราะท่านนายกฯ ทราบดี จึงต้องการให้คนที่เข้าใจปัญหาเศรษฐกิจดีมาช่วยบริหารประเทศ ทำให้ไม่มีชื่อของนายพิชัยอยู่ในลิสต์ด้วย


ดูข่าวต้นฉบับ


ข่าวสระบุรี สำหรับคนสระบุรี อัพเดทสดใหม่ทุกวัน ข่าวของชาวสระบุรี

RELATED ARTICLES

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

Most Popular

Recent Comments