“ธรรมนัส” บนทางเลือก

ก็ดีใจนะ ………     ที่นายกฯ ประเทศไทยไม่ขาดตลาดแน่!     เพราะทั้งนายจุรินทร์ ประชาธิปัตย์ ทั้งนายพิธา ก้าวไกล ทั้งนายอนุทิน ภูมิใจไทย และ ฯลฯ      ต่างประกาศ เลือกตั้งครั้งหน้า “พร้อม”     ในตำแหน่ง “นายกฯ”!     ทำไมกระแส “เลือกตั้ง” จึงอินเทรนด์ หรือที่พูดกัน ต้นปีหน้า จะยุบสภา เลือกตั้่งกันใหม่ จะเป็นจริง?     เรื่องยุบสภา มันเป็น “ไม้ตาย” สุดท้ายของรัฐบาล ถ้ายังไม่สิ้นสุดทางร่วมจริงๆ  คนเป็นผู้นำเขาจะไม่งัดมาใช้      ฉะนั้น ใครที่พูดเรื่องยุบสภาตอนนี้ เหมือนคนนั่งโม้กลางวันแสกๆ แล้วบอก เมื่อกี้…กูฝัน!?         ก็คงทึกทักจากที่เลขาฯ กกต. “พ.ต.อ.จรุงวิทย์” ส่งหนังสือถึงแต่ละหัวหน้าพรรควันก่อน เรื่องเตรียมความพร้อมในการส่งผู้สมัคร ส.ส.เพื่อการเลือกตั้งทั่วไป นั่นแหละมากกว่า     ก็เลยจบแพะ-ชนแกะกัน…….      เป็นสัญญาณว่า จะยุบสภาเลือกตั้งใหม่!     ความจริง กกต.เขาทำถูกแล้วที่เตือนล่วงหน้า เพราะการเลือกตั้้งทั่วไป ครั้งต่อไปนี้ ไม่ยกเว้นกฎเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญเหมือนครั้งแรก     ต้องเป๊ะๆ ตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง, ระเบียบกรรมการการเลือกตั้ง และประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง     -ว่าด้วยการจัดตั้งสาขาพรรค     -แต่งตั้งตัวแทนพรรคประจำจังหวัด     -การประชุมใหญ่สาขาพรรค     -การประชุมใหญ่ของพรรค     -การสรรหาผู้สมัครโดยกระบวนการไพรมารีโหวต     เนี่ย….     แค่คร่าวๆ ตามนี้ แต่ละพรรคจะทำได้ครบ ก็ต้องใช้เวลาเป็นปี กกต.เขาจึงเตือนล่วงหน้า      ฉะนั้น ที่คิดกันว่าจะเลือกตั้งต้นปีหน้า ถ้าจริง ก็คงมีไม่กี่พรรคที่ส่งผู้สมัคร ส.ส.ได้     เชื่อตามที่นายกฯ บอกไว้ก่อนดีกว่า  จะไม่ยุบสภา เว้นแต่ ส.ส.จะทำให้ยุบเอง      และอย่างที่ผมเล่าให้ฟังวันก่อน ตั้งแต่ปลายธันวา.นี้ ไปถึงพฤศจิกา.๖๕ ประเทศไทยเราเป็นเจ้าภาพงานระดับโลก คือการประชุมเอเปก ๒๑ ประเทศ     ตามโปรแกรม เดือน พ.ย.๖๕ ผู้นำโลก ๒๑ ชาติ ทั้ง โจ ไบเดน ทั้งปูติน ทั้งสี จิ้น ผิง     “๓ มหาอำนาจโลก” จะมารวมกันอยู่ที่ประเทศไทย!     ด้วยเหตุที่สมผลเช่นนี้……..     วิญญูชนทั้่งหลาย ก็ช่วยกันตรองเถิด      ว่าเราควรอดออมถนอมใจ เพื่อประโยชน์ชาติประชาชนคนไทย ๗๐ ล้านคนก่อน หรือเพื่อประโยชน์ของนักเลือกตั้ง ๕๐๐ คนก่อน?     พูดถึงความพร้อม “ตัวนายกฯ” แต่ละพรรค พรรคพลังประชารัฐเอง ตัวนายกฯประยุทธ์ก็บอก พร้อมลงชิงเก้าอี้นายกฯอีกสมัย     แต่แปลกใหญ่ “คู่แข่ง” คือพรรคเพื่อไทย กลับไม่มีปฏิกิริยาเชิงร่วมในเกมนี้?     ลึกๆ แล้ว ผมเวทนาพรรคเพื่อไทย ยุคนี้ เป็นยุคดิสรัปต์ แต่คนพรรคนี้ เหมือนสัญลักษณ์จำลองก่อนยุคเลิกทาส ในสมัยรัชกาลที่ ๕     ทาส “ระบอบทักษิณ”     จะว่า เป็นทาสที่ “ปล่อยแล้วไม่ยอมไป” ก็ไม่เชิง หรือจะว่า เป็นทาสที่ “ยังไม่ปลดปล่อย” ก็ไม่ใช่     พูดกันตรงๆ หัวหน้าพรรคคือ “ร่างทรง” ตอนบงการต้องรอวิญญาณสัมภเวสี “ประทับทรง”!     ร่างทรงเพื่อไทยจึงยืดอกพูดเหมือนพิธา “หัวหน้าพรรคก้าวไกล” ไม่ได้ ว่าถ้าพรรคใหญ่ กูเป็นนายกฯ เอง      อย่างครั้งที่แล้ว ประชาธิปัตย์ ด้วยอำนาจหัวหน้าตัวจริง ไม่ต้องอิงใคร ก็ฟันธง “อภิสิทธิ์” ชื่อเดียว     ภูมิใจไทย อนาคตใหม่ พลังประชารัฐ ด้วยศักดิ์และสิทธิ์บนฐานศรัทธาพรรค ก็ฟันเปรี้่ยง      ถ้าเชื่อพรรคเรา ศรัทธาเรา ก็ “ชื่อเดียว”!     พรรคใหญ่ มีแต่เพื่อไทยเท่านั้นมั้ง ใหญ่ในความเป็นพรรคผีหัวขาด และทาสไม่ยอมปลดปล่อย หาใครใหญ่ตัวจริงไม่ได้      ก็หางว่าวไปเลย ๓ ชื่อ สุดารัตน์ ชัยเกษม ชัชชาติ!     นี่ถ้าเขาให้เสนอได้ ๑๐ ชื่อ นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ที่ถูกขับจากพรรคก็คงติดอันดับว่าที่นายกฯ พรรคเพื่อไทยด้วยแน่     นี่มันยุคดิสรัปต์แล้ว……     เพื่อไทยยังจะย้อนกลับไปยุคทวิภพ หวังอภินิหารป้าเป้าเปลือย และกาบัตรเลือกตั้่ง ๒ ใบ      จะโกยคะแนนกลับไปเป็นประชาธิปไตยเบ็ดเสร็จด้วยพรรคเดียวตั้งรัฐบาลอีก!         ชาวไทย เขาตื่นนานแล้ว     แล้วเมื่อไหร่ “เพื่อไทย” จะตื่นซะทีล่ะ  ขนาดสามนิ้วล้มเจ้าในถนนยังนินทา      แล้วคิดหรือว่า คนเฒ่า-คนแก่ คนยาก-คนจน ยุค “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ใบเดียว เฟี้่ยวได้ทุกที่ จะยังอินังขังขอบกับประชานิยม ระบบโกงแบ่งกัน      มาร้อย “ชักหัวคิว” ถึงชาวบ้านแค่สิบนั่นน่ะ!     มาดูทาง “พลังประชารัฐ” บ้าง ภาพที่เห็นพรรคใหญ่ แต่ที่เป็น “ใหญ่อย่างหยวก”     คือมันประกอบด้วยหลายกาบ หลายเชิง ถึงพลเอกประวิตร คุมเกมเป็นหัวหน้าพรรคก็จริง     แต่ก็นั่นแหละ ขึ้่นชื่อว่าหยวก “มันมีแก่นซะที่ไหนล่ะ?”         อาศัยว่า “กาบใหญ่” ยังประกบกันอยู่เท่านั้น พูดกันแฟร์ๆ ที่ยังรวมกันอยู่ได้ เพราะ     ๑.กล้วยต้นนี้ หวียังดก     ๒.ประโยชน์ร่วมสถานะรัฐบาล     ๓.พลเอกประยุทธ์ “ประชาชนยังเอา”     ส่วนลุงป้อมน่ะ ถือเป็นปูชนียบุคคลของพรรค เมื่อนายกฯ เคารพ-ให้เกียรติ ทุกคนในพรรคก็ต้องเคารพ-ให้เกียรติ     เพราะถ้าพรรคพลังประชารัฐ ไม่มีประยุทธ์นำ     พรรคนี้ ก็ไม่มีชื่อในฐานะ “แกนนำ”!     พลเอกประยุทธ์จะอยู่ในฐานะ “นายกฯ บัญชีรายชื่อ” ของพรรคในการเลือกตั้่งครั้งต่อไปหรือไม่?     ตัวแปรสำคัญคือ “เลขาฯ พรรค” พลังประชารัฐ คือใคร?     เป็นปัญหาลุงป้อมต้องคิด     ไม่ใช่เรื่องที่นายกฯ ต้องบอกให้คิด!     นายกฯ ปลดธรรมนัสจากรัฐมนตรี ด้วยสามัญสำนึก ทั้งตัวธรรมนัสและลุงป้อม ควรรู้ว่า สถานการณ์นี้ ต้องทำอย่างไร ที่เป็นการไว้เกียรติและคงความศักดิ์สิทธิ์คำสั่งนายกฯ     ในความเป็นธรรมนัสน้องรัก ทั้งมีผลงานในพรรค เพียงหลงตัว-เหลิงตนไปบ้าง      ตามระบบ-ระเบียบทหาร ลุงป้อมควรรักษาธรรมนัสและควรให้เกียรตินายกฯ ด้วยบริหาร-จัดการภายในอย่างไร ในสถานะตำแหน่งธรรมนัส     ลุงป้อม ต้องรู้และต้องทำ      ไม่ใช่ให้อยู่ในตำแหน่งเลขาฯ “แม่บ้านใหญ่” ของพรรคดังที่เป็น เพราะตำแหน่งเลขาฯ ในทางปฏิบัติ ต้องประสานงานกับนายกฯ โดยตรง     เมื่อลุงป้อมยังคงให้ธรรมนัสเป็นเลขาฯ ลุงป้อมก็นักเลงรบคนหนึ่ง ลุงป้อมคิดแบบไหน ลองสมมุติตัวเป็นนายกฯ ก็จะเข้าใจ     ตอนนี้ คนในพรรคต้องลำบากใจ ทั้่งที่ทำงานให้พรรคด้วยกัน แต่ภาพเป็นฝ่ายธรรมนัส หรือฝ่ายนายกฯ เข้าทางพวกเสี้ยม ซึ่งไม่เข้าท่าเลย!     การเมืองเก๋าเกมในพรรคตอนนี้ ต้องยกให้กลุ่ม ๓ มิตร สุริยะ-สมศักดิ์ และสุชาติ ที่รู้จักบริหาร “ขุ่นใน-ใสนอก”     ธรรมนัสนั้่น ควรต้องเข้าใจ ผิดแล้ว แน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด และเห็นใจลุงป้อมด้วย     ขอถอนตัวเองจากตำแหน่งเลขาฯ พรรคนั่นแหละ คือพระเอกตัวจริง แล้วคะแนนลบของคุณจะเหลือลบน้อย      และเดินเกมใหม่ในความสำนึก ….     คนไทยน่ะ เห็นใจและให้โอกาสเสมอกับคนที่กลับตัว-กลับใจ แต่ถ้ายังอหังการ ข้า…ธรรมนัส พร้อมวัดดวงกับนายกฯ ละก็     ไม่รอดหรอกครับ!     พูดด้วยหวังดี เส้นสายลายนักเลงน่ะ ใช้โดยตรงในเส้นสายลายการเมืองไม่ได้หรอกครับ      คุณยังมีอนาคต     แต่ถ้า “วัดดวง” กับนายกฯ แบบนี้ ไม่มีหรอก!

โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

คนปลายซอย


ดูข่าวต้นฉบับ

Related Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

© 2021 ข่าวสระบุรี - Theme by WPEnjoy · Powered by WordPress