“3นิ้ว”เที่ยวนี้หนักจริง ห้ามประกัน !!

เมืองไทย 360 องศา

สำหรับแกนนำ “ม็อบสามนิ้ว” ในรุ่นก่อนหน้าที่มีชื่อพอจดจำได้ก็มี นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ “เพนกวิน” นายอานนท์ นำภา นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ ดาวดิน” นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ “ไมค์” และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ “รุ้ง” ที่นาทีนี้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ถูกถอนประกันตัว กำลังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำระหว่างรอการพิจารณาคดีแทบทั้งสิ้น ยังเหลือเพียงน.ส.ปนัสยา หรือ “รุ้ง” เท่านั้น ที่มีกำหนดนัดไต่สวนคำร้องเพื่อขอประกันตัว หรือปล่อยตัวชั่วคราว โดยศาลนัดในวันที่ 7 พฤศจิกายนนี้

โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

ส่วนแกนนำที่เหลือดังกล่าวข้างต้นล้วนถูกถอนประกันตัวทั้งสิ้น และกำลังถูกคุมขังระหว่างการพิจารณาคดี

อย่างไรก็ดี หากย้อนกลับไปพิจารณาถึงสาเหตุที่พวกเขาไม่ได้รับการประกันตัว ซึ่งก็ไม่มีอะไรซับซ้อน เป็นเพราะมีพฤติกรรมการเคลื่อนไหวในลักษณะที่ศาลเห็นว่า “กระทำผิดเงื่อนไข” ที่กำหนดเอาไว้ก่อนหน้านี้ โดยที่ผ่านมาศาลเคยอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยกำหนดเงื่อนไขในลักษณะห้ามไม่ให้กระทำซ้ำรอยที่ถูกดำเนินคดี โดยเฉพาะคดีที่ถูกฟ้อง หรือถูกดำเนินคดีที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ตาม มาตรา 112 ซึ่งจำเลยพวกนี้เคยรับปากเอาไว้

หากจำกันได้ บรรดาผู้ต้องหาและจำเลยพวกนี้เคยมีความพยายามยื่นคำร้องขอประกันตัวหลายครั้ง ทำทุกทาง เช่นมีการกดดันทั้งจากภายนอกและภายใน ภายนอกก็มีการชุมนุมกดดันศาล กำหนดหัวข้อว่า “ปล่อยเพื่อนเรา” หรือระบุว่า หากศาลยังไม่ตัดสินความผิด ถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์ ต้องได้รับการประกันตัว การเข้าชื่อของอาจารย์มหาวิทยาลัยที่เป็นแนวร่วม รวมไปถึงการอ้างปัญหาสุขภาพ หรือกรณีแม่ของจำเลยบางคน (เพนกวิน) ที่มีการโกนหัวประท้วง

โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

ขณะที่การกดดันจากข้างในเรือนจำก็มี เช่น การอดอาหาร (ดื่มแต่น้ำวิตามินและนม) ของ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ แต่ในที่สุดแล้วแรงกดดันทุกทางดังกล่าวก็ไม่ประสบผล จึงต้องยื่นคำร้อง และรับเงื่อนไขศาลในข้อห้ามไม่ให้กระทำในลักษณะที่เคยถูกดำเนินคดี เช่น การเคลื่อนไหวที่กระทำความเสื่อมเสียหรือเหยียบย่ำทำลายหรือ “หมิ่นพระเกียรติ”

สำหรับกรณีที่มีความพยายามระบุว่า ผู้ต้องหาหรือจำเลยทุกคนที่อยู่ระหว่างการถูกดำเนินคดี ศาลยังไม่ตัดสิน ถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์และต้องได้รับการประกันตัวนั้นอาจจะถูกต้องสำหรับคนทั่วไป เพราะเมื่อได้รับการประกันตัวออกมาแล้วก็จะไม่มีการกระทำในลักษณะเดิมตามที่เคยถูกฟ้อง

แต่กรณีของบรรดาผู้ต้องหา หรือจำเลยพวกนี้นอกจากไม่หยุดแล้ว ตรงกันข้ามยังเคลื่อนไหวหรือมีพฤติกรรมในลักษณะที่เรียกว่า “เหิมเกริม” กว่าเดิมอีก ยังเคลื่อนไหวโจมตีพระมหากษัตริย์ และสถาบันพระมหากษัตริย์ ในลักษณะเดิมอีก ซึ่งในกรณีนี้ก็มีข้อยกเว้นทางกฎหมายที่สามารถเพิกถอนการประกันตัวได้ เพราะเป็นการป้องกันไม่ให้เคลื่อนไหวสร้างความเดือดร้อน หรือกระทำต่อความรู้สึกของคนทั่วไปต่อไปอีก

โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

ในกรณีของ “แกนนำสามนิ้ว” ดังกล่าวศาลยังเคยให้เหตุผลถึงสาเหตุต้องเพิกถอนการประกันตัวตามคำร้อง ว่าเป็นเพราะมีการกระทำที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ซึ่งแต่ละคนล้วนกระทำผิดในข้อเดิมซ้ำๆนับสิบคดี ซึ่งล้วนแล้วแต่มีอัตราโทษสูง และหากย้อนไปในประวัติศาสตร์ของคดี “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” ก็ยังไม่เคยปรากฏว่ามีใครกระทำผิดซ้ำๆ ก่อคดีซ้ำๆ ยาวเป็นหางว่าวแบบนี้

แน่นอนว่าอาจจะเป็นเพราะพวกเขายังเป็นคนหนุ่มสาว รุ่มร้อนในแนวคิดตามอุดมคติ หรือความเชื่อตามคำยุยงของบรรดานักวิชาการ นักการเมืองบางคนที่ “ไม่กล้า” ออกหน้า รวมไปถึงอาจจะมั่นใจในพลังการสนับสนุนบางอย่าง ทำให้กล้ากระทำการแบบนั้น และในช่วงแรกๆ ก็อาจทำให้คิดได้แบบนั้น เพราะยังมีมวลชนร่วมเคลื่อนไหวประท้วงจำนวนหนาตาไม่น้อย

แต่มาวันนี้เมื่อมวลชนถดถอยลงไปเรื่อยๆ หรือแตกแขนงออกมาเป็นกลุ่มสามนิ้วในสารพัดชื่อ เช่น ทะลุแก๊ส ทะลุฟ้า เลี้ยวเข้าสู่ความรุนแรง ไม่ใช่ลักษณะของการเคลื่อนไหวเรียกร้องทางการเมือง แต่เป็นลักษณะของอันธพาล หรือ “กุ๊ย” กวนเมือง แม้จะพยายามปลุกเร้ากันต่างๆนานา โดยอาศัยช่วงรำลึกเหตุการณ์ในสำคัญในประวัติศาสตร์ เช่น 6 ตุลา และ ต่อไปก็ 14 ตุลา แต่กลายเป็นว่ามีการปรุงแต่งบิดเบือนจนเหลือในแง่มุมที่พวกเขาต้องการ ทำให้ “ด้อยค่า” วันสำคัญเหล่านั้นลงไปอีก

เมื่อวกกลับมาที่การประกันตัวหรือ ปล่อยตัวชั่วคราวนั้น เวลานี้ยังเหลือเพียงแค่ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ “รุ้ง” เพียงคนเดียวเท่านั้น ที่ต้องรอลุ้นในวันที่ 7 พฤศจิกายนนี้ ที่ศาลนัดไต่สวน ก็ต้องรอลุ้นกันในวันนั้น

แต่สำหรับแกนนำที่เคลื่อนไหวร้อนแรงไม่แพ้กัน เช่น ล่าสุดกรณีของ น.ส.เบนจา อะปัญ กลุ่มสามนิ้ว ที่อยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว เนื่องจากมีการเคลื่อนไหวในลักษณะที่ถูกดำเนินคดีซ้ำซาก เช่น ความผิดเกี่ยวกับ มาตรา 112 และที่ผ่านมา เคยได้รับการประกันตัวออกมาแล้ว แต่ยังกระทำผิดเงื่อนไข ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้ยกคำร้อง

นอกเหนือจากนี้ที่น่าจับตาอีกก็คือ ศาลยังไม่ให้ประกันตัว 2 วัยรุ่นแนวร่วมม็อบ “กลุ่มทะลุแก๊ส” ที่ร่วมกันปาระเบิดใส่สถานีตำรวจนครบาลพญาไท และตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจรเสียหายจนเกิดเพลิงไหม้ โดยศาลชี้ว่าเป็นพฤติกรรมทีาไม่เกรงกลัวกฎหมาย มีอัตราโทษสูง หากปล่อยตัวไปอาจจะหลบหนีได้ ที่น่าสังเกตก็คือ ผู้ต้องหาทั้งสองคนดังกล่าว มีอายุเพียงแค่ 19 ปี และ 18 ปี เท่านั้น

ที่ต้องบอกว่าคนพวกนี้กำลังถูกดำเนินคดีในข้อหาหนัก โดยเฉพาะแกนนำม็อบสามนิ้วที่กระทำความผิดเกี่ยวกับ มาตรา 112 ที่สะสมคดียาวเป็นหางว่าว ที่สำคัญโอกาสที่ได้รับการประกันตัวออกมา “ริบหรี่” เต็มทน เพราะกระทำผิดเงื่อนไขซ้ำซาก และคราวนี้หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่าเข้าสู่โหมดคุกยาวๆ เข้มข้นเป็นพิเศษ และหลายคดีเริ่มเดินในศาลแล้ว !!

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO


ดูข่าวต้นฉบับ

Related Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

© 2021 ข่าวสระบุรี - Theme by WPEnjoy · Powered by WordPress